หูฟังแปลภาษา ระบบดิจิตอล อินฟราเรด ทำงานอย่างไร?

ภาพแสดงขั้นตอนหูฟังแปลภาษา ระบบดิจิตอล อินฟราเรด ทำงานอย่างไร

หูฟังแปลภาษา ระบบดิจิตอล อินฟราเรด ทำงานอย่างไร?

คราวก่อนผมเขียน post เรื่อง “รู้จักหูฟังแปลภาษา ระบบดิจิตอล อินฟราเรด” ไปแล้ว คราวนี้ ผมจะอธิบายว่า หูฟังแปลภาษา ระบบดิจิตอล อินฟราเรด ทำงานอย่างไร นะครับ

จากรูปที่ผมให้ AI วาดภาพจำลองห้องประชุม ก็จะสามารถอธิบายลำดับขั้นตอนทำงานของ หูฟังแปลภาษา ระบบดิจิตอล อินฟราเรด สำหรับงานประชุมที่ใช้ตู้ล่าม 1 ตู้ สำหรับคู่ภาษา อังกฤษ <> ไทย ได้ดังนี้ครับ

  1. เมื่อวิทยากรเริ่มพูดภาษาอังกฤษบนเวที หรือที่โพเดี้ยม โดยผ่านไมโครโฟนไปยังระบบเครื่องเสียงที่ใช้ในห้องประชุม สัญญาณเสียงพูด ก็จะถูกส่งมายังชุดควบคุมระบบหูฟังแปลภาษา ที่โต๊ะคอนโทรลของทีมงาน
  2. ชุดควบคุมระบบหูฟัง (Central Control Unit) ก็จะส่งเสียงของวิทยากรนี้ เข้าไปยัง ไมค์ล่าม (Interpreter Console) ที่ติดตั้งไว้ภายในตู้ล่าม เพื่อให้ล่ามฟังเสียงวิทยากรด้วยหูฟัง
  3. เมื่อล่ามฟังเสียงวิทยากรแล้ว ก็จะรีบคิด เรียบเรียง และแปลเป็นภาษาไทยด้วยคำพูดเข้าไปยัง ไมค์ล่าม (Interpreter Console)
  4. สัญญาณเสียงของล่ามที่แปลเป็นภาษาไทย จะถูกส่งกลับเข้าไปยังชุดควบคุมระบบหูฟังแปลภาษา และถูกส่งไปยัง Digital Infrared Transmitter เพื่อทำการส่งต่อไปยัง Digital Infrared Radiator ที่แขวนอยู่บนเพดาน
  5. Digital Infrared Radiator เป็นอุปกรณ์ส่งสัญญาณแสงอินฟราเรด ไปยัง ชุดหูฟังดิจิตอล อินฟราเรด (Digital Infrared Receiver) ที่ผู้เข้าประชุมได้รับมอบก่อนเข้ามาภายในงาน และสามารถเลือกฟังภาษาไทย (และสามารถฟังภาษาอังกฤษของวิทยากรได้ด้วย) รวมถึงการปรับระดับเสียงดังเบา จากชุดหูฟังของตัวเองได้อิสระ

5 ขั้นตอนง่ายๆ เท่านี้ครับ ที่ระบบหูฟังแปลภาษา และตู้ล่าม ทำงานเป็นผู้สื่อสารการแปลภาษาจากวิทยากร สู่ล่าม สู่ผู้ฟังได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว และชัดเจน

ทำไมเราใช้คำว่า "คู่ภาษา" สำหรับงานประชุมที่มีระบบหูฟังแปลภาษา และตู้ล่าม

ก็เพราะว่า งานประชุมที่ใช้ระบบแปลภาษานั้น จะต้องมี 2 ภาษาขึ้นไปเสมอ เช่น อังกฤษ<>ไทย, อังกฤษ<>จีน, อังกฤษ<>ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ ไทย<>จีน, ไทย<>ญี่ปุ่น, ไท<>เกาหลี, ไทย<>อาราบิค

ทำไมต้องใช้เครื่องหมาย “”

เพราะว่า เวลาวิทยากรพูดบนเวที เขาจะพูดภาษาของเขา เช่น ภาษาอังกฤษ ส่วนล่าม ก็จะทำหน้าที่ แปลภาษาเขา ไปเป็น (>) ภาษาเรา เช่น ภาษาไทย แล้ว หาก คนฟังในห้อง มีคำถาม แต่ถามได้แค่ภาษาไทย คนฟัง ก็จะถามเป็นภาษาไทย แล้วล่าม ก็คนเดิมที่แปลภาษาอังกฤษก่อนหน้า ก็จะต้องแปลจากภาษาไทย (<) ไปเป็น ภาษาอังกฤษ เพื่อให้วิทยากรเข้าใจคำถาม ดังนั้นการแปลภาษาระหว่างภาษาอังกฤษ และ ภาษาไทย สลับกลับไปกลับมาแบบนี้ การนำเครื่องหมาย “< >” เห็นจะเข้าใจได้ง่ายที่สุดครับ

Translate »